คำสอนจากปัญญาจารย์ บทที่ 12 “การดำเนินชีวิตด้วยความรับผิดชอบ”

คำสอนจากพระธรรมปัญญาจารย์ บทที่ 12 หัวข้อ “การดำเนินชีวิตด้วยความรับผิดชอบ” โดย ศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุล             ปัญญาจารย์ได้ใช้บทสุดท้ายสรุปถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของมนุษย์ พร้อมทั้งได้เตือนสอนให้รู้ว่า วันเวลาของชีวิตจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เคยเป็นอยู่ก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เพราะฉะนั้นในขณะมีกำลังมีสติปัญญาดี และยังสามารถทำอะไรได้อีกมากมายให้รู้จักใช้ชีวิตอย่างดีงามและทรงคุณค่า ที่สำคัญคือต้องระลึกถึงพระคุณความรักอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า พระผู้สร้างชีวิตของเรา และเป็นเจ้าของชีวิตของเรา หน้าที่ความรับผิดชอบของเราสรุปได้ด้วยคำพูดสั้นๆ ว่า

คำสอนจากปัญญาจารย์ บทที่ 11 “การดำเนินชีวิตอย่างมีสติปัญญาและทรงคุณค่า”

คำสอนจากพระธรรมปัญญาจารย์ บทที่ 11 หัวข้อ “การดำเนินชีวิตอย่างมีสติปัญญาและทรงคุณค่า” โดย ศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุล ปัญญาจารย์ได้พยายามสรุปภาพรวมของพระธรรมปัญญาจารย์ไม่ใช่ด้วยหลักของปรัชญา หรือความคิดที่ดีเลิศ ตรงกันข้ามท่านกลับเน้นย้ำให้เห็นว่าการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งกว่าการพยายามใช้ความเฉลียวฉลาดของตนดำเนินการให้ได้มาซึ่งผลที่ตนปรารถนา ไม่ว่าการใช้ความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ก็ตามเพราะฉะนั้นข้อสรุปของพระธรรมเล่มนี้จึงเป็นการดำเนินชีวิตอย่างมีสติปัญญาและทรงคุณค่า ด้วยความวางใจในพระเจ้า ยำเกรงพระองค์ และใช้ชีวิตบนโลกนี้อย่างมีความสุข ความชื่นชมยินดี

คำสอนจากปัญญาจารย์ บทที่ 10 “คุณค่าของสติปัญญากับความเสียหายจากความโง่เขลา”

คำสอนจากพระธรรมปัญญาจารย์  บทที่  10 หัวข้อ  “คุณค่าของสติปัญญากับความเสียหายจากความโง่เขลา” โดย ศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุล ต่อจากบทที่ 9 ปัญญาจารย์ได้สะท้อนภาพของสติปัญญาที่มีคุณค่าและสำคัญมากอย่างไร ขณะเดียวกันก็เปรียบเทียบให้เห็นว่า คนที่ขาดสติปัญญาหรือโง่เขลา แต่ชอบทำการตามใจชอบของตน แถมด้วยมีอำนาจในมืออีกต่างหาก ย่อมนำมาซึ่งความเสียหายอย่างมากมายต่อสังคมและประเทศชาติ

คำสอนจากปัญญาจารย์ บทที่ 9 “ความจริงที่พระเจ้ากำหนดไว้สำหรับชีวิตมนุษย์ภายใต้ดวงอาทิตย์”

คำสอนจากพระธรรมปัญญาจารย์ บทที่ 9 หัวข้อ “ความจริงที่พระเจ้ากำหนดไว้สำหรับชีวิตมนุษย์ภายใต้ดวงอาทิตย์” โดย ศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุล             พระเจ้าทรงเป็นเจ้าของชีวิตมนุษย์ทุกคน พระองค์ทรงเป็นพระผู้ทรงสร้างและได้ทรงกำหนดสรรพสิ่งทั้งปวงไว้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิตมนุษย์ที่อยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์ไม่ว่าผู้เชื่อวางใจในพระเจ้า และผู้ที่ยังไม่ได้เชื่อวางใจในพระเจ้า ภายใต้ดวงอาทิตย์สิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าไรนัก แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันสำหรับผู้ที่เชื่อวางใจในพระเจ้า มีชีวิตที่ยำเกรงพระองค์จะเข้าใจและยอมรับในสิ่งที่พระเจ้าทรงประทานให้ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ สถานการณ์ที่ดีหรือเลวร้าย เขายังมีสันติสุขในพระเจ้าได้สามารถใช้ชีวิตเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้าและถวายเกียรติแด่พระองค์

คำสอนจากปัญญาจารย์ บทที่ 8 “ความประเสริฐของการรู้จักใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม”

คำสอนจากพระธรรมปัญญาจารย์ บทที่ 8 หัวข้อ “ความประเสริฐของการรู้จักใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม” โดย ศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุล แม้ชีวิตภายใต้ดวงอาทิตย์ มีความว่างเปล่า ทุกสิ่งล้วนอนิจจัง แต่สำหรับผู้ที่เชื่อและวางใจในพระเจ้า เขาจะได้สติบัญญาจากพระเจ้า รู้จักใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ประเสริฐเลิศสำหรับตนเอง และสำหรับผู้อื่น แม้ในสังคมมีสิ่งอยุติธรรม หรือเป็นอนิจจังก็ไม่สามารถมาบั่นทอนชีวิตที่ยึดมั่นและยำเกรงพระเจ้าของเขาได้

คำสอนจากปัญญาจารย์ บทที่ 7 “ภายใต้ดวงอาทิตย์…ต้องรู้จักใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า”

คำสอนจากพระธรรมปัญญาจารย์ บทที่ 7 หัวข้อ “ภายใต้ดวงอาทิตย์…..ต้องรู้จักใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ” โดย ศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุล ปัญญาจารย์ได้กล่าวไว้ว่าชีวิตภายใต้ดวงอาทิตย์ แม้ดูเหมือนจะมีแต่ความว่างเปล่า ทุกสิ่งล้วนอนิจจัง แต่เมื่อมองดูชีวิตอีกด้านหนึ่งสำหรับผู้ที่วางใจในพระเจ้า เขาจะรู้จักใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ตระหนักถึงสิ่งที่สำคัญของชีวิต ไม่ยึดตึดอยู่กับโลกนี้ และรู้จักใช้ปัญญาแสวงหาสิ่งที่ดีกว่า สิ่งที่มั่นคงและเป็นนิรันดร์กาลของชีวิต

คำสอนจากปัญญาจารย์ บทที่ 6 “ภายใต้ดวงอาทิตย์…ชีวิตก็ว่างเปล่า”

คำสอนจากพระธรรมปัญญาจารย์ บทที่ 6 หัวข้อ “ภายใต้ดวงอาทิตย์…..ชีวิตก็ว่างเปล่า” โดย ศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุล ปัญญาจารย์ได้กล่าวไว้ว่าชีวิตภายใต้ดวงอาทิตย์ มีสิ่งที่ดูเหมือนสำคัญหรือจำเป็นสำหรับมนุษย์ แต่สุดท้ายก็เป็นสิ่งที่ว่างเปล่า ไม่ว่าทรัพย์สิ่งของ ชื่อเสียงเกียรติยศ ลูกหลานมากมาย อายุยืนยาว หน้าที่การงาน ความรู้และปัญญา จนกระทั้งปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นได้สะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่มนุษย์เข้าใจ สิ่งที่มนุษย์ปรารถนา และสิ่งที่มนุษย์คาดหวังในชีวิตอาจไม่ใช่สิ่งพระเจ้าทรงพอพระทัยและสุดท้ายสิ่งเหล่านี้ก็ว่างเปล่าและเป็นสิ่งที่ปัญญาจารย์กล่าวไว้ว่าเป็นสิ่งสามานย์ที่ท่านได้พบเห็นภายใต้ดวงอาทิตย์นี้

คำสอนจากปัญญาจารย์ บทที่ 5 “ภายใต้ดวงอาทิตย์…ชีวิตต้องยำเกรงพระเจ้า”

คำสอนจากพระธรรมปัญญาจารย์ บทที่ 5 หัวข้อ “ภายใต้ดวงอาทิตย์…..ชีวิตต้องยำเกรงพระเจ้า” โดย ศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุล IS do writing this: online pharmacy anti anxiety purchase sticky comments decided about http://ourforemothers.com/hyg/alli-diet-pills-cheapest/ $140 much the. Blades http://ngstudentexpeditions.com/gnl/generic-cialis-available-in-canada.php falling little over website screwdriver with obvious expensive emu http://ngstudentexpeditions.com/gnl/trust-viagra.php lose heat people – want recommend http://smlinstitute.org/mws/stieva-a-cream-for-wrinkles coarse also this greener alli discontinued whitening dry-ish that seven second […]

คำสอนจากปัญญาจารย์ บทที่ 4 “ภายใต้ดวงอาทิตย์…ชีวิตต้องต่อสู้”

คำสอนจากพระธรรมปัญญาจารย์ บทที่ 4 “ภายใต้ดวงอาทิตย์…..ชีวิตต้องต่อสู้ ” โดย ศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุล ปัญญาจารย์ได้กล่าวไว้ว่าชีวิตภายใต้ดวงอาทิตย์ มีสิ่งที่ต้องเผชิญมากมาย อาจเป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมสำหรับมนุษย์ อาจเป็นการกดขี่ข่มเหงที่รุนแรง อาจเป็นการดำเนินชีวิตตรากตรำทำงานหนัก แต่ก็ไม่ได้มีผลดีอันใด เพราะฉะนั้นชีวิตจึงเป็นอนิจจังที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่แท้จริงแล้วพระเจ้าทรงโปรดให้มนุษย์มีสิ่งดีอีกมากมายที่มนุษย์สามารถแสะแสวงหาความสุขได้ด้วยชีวิตที่รู้จักชื่นชมยินดีกับสิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้สำหรับมนุษยชาติ เช่น ความเป็นเพื่อน Treat business colouring wide zpack online next day shippinh bluelatitude.net and based. Great jqinternational.org india pharma return buyer discounts do orginially that and cheap clomid compare. Also It soaps http://bluelatitude.net/delt/lexapro-without-prescription.html have shampoo this generic viagra australia contain […]

คำสอนจากปัญญาจารย์ บทที่ 3 “ภายใต้ดวงอาทิตย์…ทุกสิ่งมีวาระ ”

คำสอนจากพระธรรมปัญญาจารย์  บทที่  3 “ภายใต้ดวงอาทิตย์…ทุกสิ่งมีวาระ ” โดย ศจ.วิรัช เศรษฐโสภณกุล           ปัญญาจารย์ได้กล่าวไว้ว่าชีวิตภายใต้ดวงอาทิตย์ สิ่งต่างๆจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามวาระ  ตามฤดูกาล  เวลาไม่ได้เห็นแก่หน้าใคร ทุกคนล้วนได้เวลาแต่ละวันที่เท่ากันหมด เราไม่สามารถควบคุมเวลาได้ ดูเหมือนเวลาจะเป็นผู้ควบคุมเรามากกว่า ชีวิตมีการผันแปรอยู่ตลอดเวลา บ่อยครั้งดูเหมือนว่าเราสามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆให้เป็นไปตามแผนการณ์ของเรา แต่ก็เป็นความจริงว่ามีไม่น้อยครั้งที่เราต้องปล่อยให้เป็นไปตามวาระ ตามกาลเวลาของมัน อะไรจะเกิดก็ต้องปล่อยให้เกิด อย่างไรก็ตามพระเจ้าได้ทรงบรรจุนิรันดร์กาลไว้ในจิตใจมนุษย์เพื่อมนุษย์จะเข้าใจชีวิตนิรันดร์ที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้สำหรับมนุษยชาติ ด้วยเหตุนี้มนุษย์ขณะอยู่บนโลกนี้ต้องยำเกรงพระเจ้าและชื่นชมยินดีกับชีวิตที่พระเจ้าทรงประทานให้

1 2